มันเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ She เคยแย่งแฟนเรา ===> ให้ชื่อ น. นะคะ
น. ดูภายนอก จะเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย ไม่ค่อยพูด ติ๋มๆ
ก่อนหน้านี้ เราคบผุ้ชายคนหนึ่ง ( ให้ชื่อ ก. ) จนมีการพูดคุยถึงเรื่องแต่งงาน
เรากับแฟน อยู่ที่ทำงานเดียวกัน แต่คนละแผนก ส่วน แฟน กับ น. อยู่ แผนกเดียวกัน
แต่ก่อน เคยมีการพูดจาแซวกันว่า สองคนนี้เป็นแฟนกัน เราก็ เออๆๆๆๆ ขำๆ กันไป ไม่คิดอะไรนึกว่า พูดแซวเล่นเฉยๆ
ปกติเราจะดูกระเป๋าตังค์ โทรศัพท์แฟนมาตั้งแต่คบกันแรกๆ อยู่แล้ว
แต่หลังๆ แปลกๆ ไป ไม่ให้ดูโทรศัพท์ มีการลบข้อความ ลบข้อมูลการโทรเข้า-โทรออกทั้งหมด พออยู่กับเรา ปิดเสียง + ปิดเครื่อง
(อดีตแฟน ก. เป็น sale เก็บเงิน จะต้องออกไปต่างจังหวัด เดือนละ 3 ครั้ง ครั้งละ 6-7 วัน)
วันหนึ่งแฟนกลับมา เขาอาบน้ำ เราก็เลยเอาโทรศัพท์มาเล่นเกมส์ พอเข้าไปดูในข้อความ ก็เจอข้อความส่งออก ที่ยังไม่ถูกลบ
เป็นข้อความที่ ก. ส่งหา น. ประมาณว่า ขอบคุณนะที่มีกันและกัน หลายอย่าง หวานมาก
เราก็เลยถาม แต่ถูกปฎิเสธว่า ไม่มีอะไร
และเขาคงบอก น. ว่า เรารู้เรื่องแล้วนะ
น. ก็สร้างเรื่องหาว่า เราไปคุกคามเขา ส่งข้อความไปว่าเขา
ก. เลยโกรธเรา หาว่าเราทำจริงๆ เราโมโห เลยเดินไปหา น. ถามว่า มีอะไรเหรอ ทำไมไม่ถามเรา ไปถามแฟนเราทำไม
ทั้งๆ ในมือก็ถือโทรศัพท์คุยกับแฟนอยู่เลย แฟนเลยโกรธเรายกใหญ่ ให้เราขอโทษ น. แต่เราไม่ยอม
เพราะ น. อายที่คนอื่นจะมองว่า เป็นมือที่สาม คนแย่งแฟนคนอื่น
เราเคยเปิดโฟนคุยกัน 3 คน เรา ก. และ น.
เราถามเรื่องขนม เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่ง เราจะกลับบ้าน โดยอาศัยรถเขากลับไปด้วย เพราะเขาไปทำงานและผ่านบ้านเราพอดี (ซึ่งเรากับ น. อยู่ จังหวัดเดียวกันแต่คนละอำเภอ)
ก.รีบเร่งเราให้แต่งตัวแต่เช้า ซึ่งปกติจะออกจากบ้านประมาณ 9 โมง และไม่เร่งเรา เรานึกว่า จะไปรับพี่อีกคน ก็อืมไม่เป็นไร
พอถึงทางที่จะไปบ้านพี่อีกคน เขาไม่เลี้ยวเขาขับรถตรงไป เราเลยถามว่า อ้าว..ไม่ไหนเนี่ย
เขาบอกว่า น. ฝากซื้อขนมไปให้ที่บ้าน เราก็ว่าเลย เพราะมันนี่ต้องเร่งให้ชั้นแต่งตัวแทบตามย เพื่อมันนี่นะ
มาต่อ เรื่องเปิดโฟน
เรื่องที่เขาเตี้ยมกันไว้เขาตอบเหมือนกัน แต่เขาไม่คิดว่าเราจะถามเรื่องนี้
เราเลยถาม น. ว่า แล้วเรื่องขนมวันนั้นหล่ะ มันยังไง
น. ตอบว่า ก็ ก. ซื้อไปฝากที่บ้านเรา
เราเลยของขึ้นเลยว่า อ้าว ไหนบอกว่า น. ฝากซื้อไง คือตอบไม่ตรงกัน
น. ต้องดิวงานกับเรา ก็ไม่กล้าสู้หน้า เวลาจะมาส่งงานก็ต้องเราให้เราเดินไปทีอื่นก่อน ถึงเอามาวางที่โต๊ะ
ก็อยู่กันอย่างนี้มาเรื่อยๆ เวลาที่ ก. ไปต่างจังหวัด กลางคืนเขาก็จะดทรคุยกัน เพราะเราโทรเช็กแทบจะตลอด
รวมถึงหลังๆ เขาพูดจาไม่ดี ด่าทอ และลงไม้ลงมือกับเรา สุดท้ายที่เราทนไม่ไหว หลุดแล้ว หมดแล้วกับทุกสิ่ง
เราพูดกับเขาด้วย กู มึง เลย เขาอึ้งไปเลยว่าเราพูด กู มึง กับเขา และมีครั้งเดียวที่พูด
เราก็ย้ายออก และเลิกกับเขา
ซึ่ง ก. เองก็บอกกับเรานะว่า ถึง เรา กับ ก. จะเลิกกัน ยังไงเขาก็คงจะเปิดตัวกับ น. ไม่ได้หรอก เพราะ น. เขาอาย ที่จะถูกคนอื่นว่า ว่าแย่งของคนอื่นมา
หลังจากที่เราเลิกกับ ก. สักพักใหญ่ๆ เราย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัด สักประมาณสองเดือน ก. ก็โทรมาหาเรา ชวนคุยโน้นคุยนี่
( ตอนนั้นเราเพิ่งจะเริ่มคบกับผู้ชายอีกคนอยู่ ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มของเรา ที่ทำงานเก่า ใช่ .....เขา รู้จัก ก. แฟนเก่าเรา แต่ ก. ยังไม่รู้เรื่อง )
จนเราเบื่อและรำคาญ ไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงคือะไรกันแน่ ก็เลยเปลี่ยนเบอร์ จบกันไป
ระหว่างนั้น เขาก็คบกันอยู่อย่างนั้นแหละ
แบบหลบซ่อน บอกใครไม่ได้ เปิดตัวก็ไม่ได้
ที่รู้ เพราะ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เราเคยเจอ เขาแอบมาส่งกันตรงป้ายรถเมล์ ที่ห่างไกลมากๆ จากที่ทำงาน
แล้วให้ น. นั่งรถเมล์เพื่อเข้าที่ทำงานเอง เพราะ ก. ยังไม่ถึงกำหนดกลับเข้าออฟฟิช
(ตอนนั้น เราย้ายกลับเข้ามาทำงานอยู่กรุงเทพเหมือนเดิมแล้ว)
เราเลยโพสที่หน้า Wall Facebook ว่า เล่าเหตุการณ์ว่า กี่โมง ใครมาส่งใครตรงไหน
เพราะเพื่อนเราใน FB จะเป็นเพื่อนที่บริษัทเก่าทั้งหมด
ที่เราทำ ไม่ใช่ว่าต้องการให้เขากลับมาหรือแก้แค้น แต่....อยากให้ทุกคนรู้ความจริง
ว่า น. ร้ายกาจมากแค่ไหน