คิดว่าเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ คงเคยเกิดขึ้นกับใครหลายๆคนค่ะ ด้วยเรื่องที่ว่า "ความรักไม่เคยต้องการเวลา"
เรื่องนี้เกิดมาได้สองเดือนแล้วค่ะ เรากับแฟนคบกันมา 12 ปี ตั้งแต่สมันคอซองจนวันนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่การงานเป็นของตัวเอง
เราสองคนคบกันมาก็เริ่มจากการเป็นเพื่อน และระหว่างที่คบกันก็อยู่กันแบบเพื่อนมาตลอด มีหวานบ้างอะไรบ้างก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องมี
ของคนที่เป็นแฟนกันทั่วไป เราสองคนไม่มีปัญหาอะไรต่อกัน ทางบ้านของทั้งคู่รักใคร่เราสองคนเหมือนเป็นลูกหลานจริงๆ
แต่แล้วสิ่งที่เราเองไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเกิดกับเรา มันก็เกิดขึ้น...
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แฟนเราบวช ก่อนบวช เรารู้สึกได้เลยว่าเราสองคนรักกันมากๆ
คือดูแลกันและกันเป็นอย่างดีกว่าที่เคยผ่านมา เป็นเดือนที่เค้าไม่ไปกินเหล้า (ปกติเค้าจะชอบไปกับเพื่อนๆ สังสรรกันแบบลูกผู้ชาย)
ซึ่งปกติเราเองไม่ห้าม แต่ก็ไม่ชอบด้วยเหมือนกัน แต่ช่วงนั้นเค้าไม่ไปเลย
ทุกคืนเราจะสวดมนต์ด้วยกัน เราจะช่วยเค้าซ้อมท่องคาถาที่ไว้ใช้สำหรับขออุปสมบท
ผ่านไป เมื่อเค้าบวชและสึกออกมา (ระหว่างที่เค้าบวชนั้นเราไม่คุยโทรศัพท์กันเลย เพราะคิดว่าจะต้องอยู่ในวินัยให้มากที่สุด)
เค้ากลายเป็นผู้ชายโมโหร้ายมากกว่าเดิม ปกติเค้าจะมีบ้างที่โมโห แต่ไม่มากตามปกติทั่วไป ซึ่งเป็นอะไรที่เรางงมากๆ
เรายังเอ่ยปากบอกเค้าเลยว่า "แทนที่บวชแล้วจะอารมณ์เย็นกว่าเดิม แต่นี่กลับตรงกันข้าม"
แล้วช่วงที่เค้าสึกออกมาเป็นช่วงเดียวกับที่เราประสบปัญหาในชีวิตเรื่องงาน เป็นเดือนเกิดเราค่ะ
เราเป็นแอดมินอยู่ที่หนึ่ง แต่ก็มีรับจ็อบงานเขียนเล็กๆ ซึ่งงานนี้เป็นทางของเราจริงๆ
แล้วประจวบเหมาะว่ามีบริษัทนึงเปิดรับ เราสมัคร สัมภาษณ์ ผ่านและได้เซ็นต์สัญญา ทุกอย่างดูดีมาก
จนมาถึงใกล้วันเริ่มงาน บริษัทนั้นดันโทรมาบอกยกเลิกสัญญาจ้างเรา ทั้งๆที่เรายื่นใบลาออกที่เก่าไปแล้ว
เรากลายเป็นคนตกงานโดยปริยาย เราเครียดนะคะ แต่ก็รู้ว่าทางออกคือเราต้อง หางานใหม่
ตอนที่เราเครียด เราอยากให้เค้าช่วยปลอบใจ แต่กลายเป็นว่าเค้าแค่ฟัง แค่ฟังจริงๆค่ะ
เราก็เริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติ เพราะก่อนหน้านี้เค้าจะกระตือรือร้น ถ้าเป็นเรื่องของเรา โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้
พอเรานอยมากๆก็ว่าเราว่า "ทำไมต้องทำเหมือนกับมันจะไม่มีทางออก" แบบตัดรำคานเรา
เรามาคิด อืม หรือเราจะเวิ้นเว้อมากไปนะ
ผ่านวันเกิดเราไปสองอาทิตย์ วันนั้นเราเอามือถือเค้ามาเล่นเพื่อจะหาโหลดแอฟใหม่ๆ
จะบอกว่าเราเป็นแฟนที่ไม่เช็คมือถือแฟนตัวเองเลย เพราะไว้ใจแบบสุดตัว
และตัวเค้าเองก็ไม่ค่อยมีพฤติกรรมอะไรให้ต้องสงสัยด้วยที่ผ่านๆมา
แต่ปรากฏว่าวันนั้นเราเห็นว่า Line มีการอัพเดทเวอร์ชั่นและเราลองอัพเดทดู หลังจากอัพเสร็จ
มีข้อความเด้งเข้ามา 22 ข้อความ มาจากผู้หญิงคนนึง เราเลยเปิดเข้าไปอ่าน (จะบอกว่าตอนนั้นแฟนเราหลับอยู่ค่ะ)
คิดถึงนะ คิดถึงมั้ย อยู่ตรงนี้ กินเบียร์อยู่ อยากเจอมาก แต่คงไม่ได้ แล้วต้องทำยังไง ต้องทำใจใช่มั้ย ขอได้มั้ย ขอทีนึงนะ!!
เรามือสั่นไปหมด รีบเดินไปปลุกเค้าแล้วถามว่าคนนี้คือใคร เค้าก็ไม่ตอบ แถมโมโหใส่เราที่มายุ่งกับมือถือเค้า
เรางงไปหมด แบบเหมือนโลกหยุดหมุนไปเลย ต่างคนต่างเงียบได้สักพัก
เค้าก็เดินเข้ามาบอกว่า เค้าผิดเอง เค้ามีคนอื่น ผู้หญิงคนนั้นทำงานอยู่ที่เดียวกัน เพิ่งเข้ามาทำ และที่สำคัญอยู่คอนโดเดียวกัน
กับที่เราอยู่กับเค้าตอนนั้น จังหวะนั้นเราเลยบอกว่าไม่เป็นไร ก็แค่โทรไปบอกเลิกให้เราได้ยินก็พอแล้ว
แต่สิ่งที่เค้าทำคือ เค้าบอกว่าทำไม่ได้ เค้าตัดผุ้หญิงคนนั้นไม่ได้ คนนั้นไม่รู้เรื่องอะไร น่าสงสาร และยังเด็ก (อ่อนกว่าเราสามปีค่ะ)
เราถามว่านานเท่าไหร่แล้ว เค้าบอกว่าเดือนนึง และที่สำคัญคือ ลึกซึ้งกันแล้ว ช็อคอีกค่ะ เพราะอะไร...
ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อคนทั้งบริษัทเค้ารู้ว่าเราคือแฟนเค้า รูปงานบวชเค้ามีรูปเราอยู่ และมันโชว์หราอยู่ในโรงงานเค้า
(อันนี้พี่ที่ทำงานเค้ามาคุยให้เราฟังค่ะ แบบแซวๆกัน)
น่าสงสาร และเด็ก แล้วเราล่ะคะ เราคือคนที่รักกันมาสิบกว่าปี ไม่ได้น่าสงสารเลยใช่มั้ย
เราบอกว่าถ้างั้นจะทำยังไง จะให้อยู่กันยังไง เค้าบอกเค้าไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย เลือกไม่ได้ ไม่เลือกด้วย
เราเลยบอกว่า งั้นเราไปเอง เค้าก็รับไม่ได้ เราบอกว่่ายังไงก็ต้องรับได้ และเราก็เดินออกมาหลังจากนั้น
แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะใจเรามันอ่อนแอมากๆ หลังจากเดินออกมาก็ทนไม่ได้ โทรไปหาเค้า
ขอให้เค้าเลือกอีกแบบผู้หญิงงี่เง่าหนึ่งคน เค้าบอกว่าเค้าไม่เลือก ถ้าจะอยู่ก็ต้องอยุ่แบบสามคน
เราบอกแล้วอีกคนรับได้หรอ เค้าก็โทรไปถาม ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับมาว่ารับได้
อยู่ที่เราว่าจะรับได้มั้ย???
เราไม่ตอบ แต่ถามเค้าว่า "รั้งคนนั้นไว้ใช่มั้ย" เค้าบอกว่าใช่ เค้ารั้งอีกคนไว้เอง
เราถามว่าแล้วทำไมไม่คิดรั้งเรา เค้าบอกว่ารั้งแล้ว แต่เราเลือกเดินไป ซึ่งเราถามหน่อยว่า ในโมเม้นนั้นมันเหมือนทางเลือกเดียวของเราจริงๆ
เราเลยพูดว่า ทางเดียวก็คือให้เค้าไล่เราออกไปจากชีวิตเถอะ ไม่งั้นเราคงงี่เง่าไม่ไปไหนอยู่แบบนี้
และเค้าก็พูด "ช่วยออกไปจากชีวิตเราก่อนเถอะตอนนี้"
เรารู้สึกว่ามันเหมือนเป็นปฏิบัติการที่ทำให้เราเจ็บแบบสุดติ่งจริงๆ เค้าเลือกคนที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตได้แค่เดือนเดียว
ด้วยเหตุผลที่เค้าบอกเราว่า "คนนั้นไม่เคยทำให้เค้าเสียใจ ไม่ทำให้ปวดหัว เชื่อฟัง ดูแลอย่างดี"
เรามีแต่คำถามตอนที่เค้าพูด เรารักกันมา 12 ปี มันเป็นไปได้หรอที่จะไม่มีกระทบกระทั่งกัน ต่างฝ่ายก็ต้องมีเรื่องทำให้เสียใจ ปวดหัว
เป็นเรื่องธรรมดาของคนอยู่ด้วยกัน ถามว่าเราดูแลมั้ย เราใส่ใจเค้าแทบทุกเรื่อง คิดแทนแทบทุกอย่างที่เค้าขอให้ช่วย
แต่เค้ากลับพูกระแทกหน้าเราแบบนี้
หลังจากวันนั้นที่แยกกับเค้า เรากลับมาอยู่ห้องตัวเอง ทุกคืนในช่วงอาทิตย์แรก เราจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้แทบไม่ได้นอน
ทุกครั้งเราต้องนึกถึงหน้าแม่ ถึงจะหลับต่อไปได้ กินก็ไม่ได้มันขมที่คอตลอดเวลา ต้องปลุกปลอบใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
เห็นหน้าแม่แล้วก็พาลแต่จะร้องไห้ แบบมันเสียใจ เสียใจที่ต้องมาอ่อนแอให้ท่านเห็น
มาวันนี้ก็สองเดือนกว่าแล้ว ซึ่งเราตั้งนาฬิกาไว้ให้ตัวเองที่สามเดือนว่าจะหยุดทุกความเสียใจ เราสวดมนต์กรวดน้ำให้เค้าทุกวัน
คิดแต่ว่าเราคงเคยทำเค้ามาก่อน คิดให้เป็นเรื่องของเวรกรรม และจะไม่พูดถึงอีก
แต่ว่าเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เรานึกได้ว่าใบปริญญาเราอยู่ที่ห้องเค้าและก็ของอีกหลายอย่างที่สำคัญ เราเลยจำเป็นต้องบอกให้เค้า
ให้เก็บ เดี๋ยวเราจะไปเอาเอง เราคุยกันใน Line แล้วเค้าก็ส่งข้อความถามโน่นนี่นั่น
เค้าบอกว่าเค้ายังฝันถึงเราทุกคืน ไม่อยากให้เราไปกับคนอื่น ซึ่งเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องการอีกแล้ว
เราตัดสินใจจริงจังและบอกเค้าไปว่า ขอให้เราเหมือนคนที่ตายจากกัน ใครถามถึงก็บอกว่าตายไปแล้ว
อย่าติดต่อกัน เจอก็อย่าทัก อย่ามาทำเป็นรู้จัก ทำอะไรไม่ต้องแคร์อีก อยากทำอะไรได้หมด
และเค้าก็ตอบกลับมาว่า "นี่เราก็พยายามหาทางไปให้ไกลจาก(เรา)อยู่เหมือนกัน"
ทุกๆอย่างมันเลยตอกย้ำว่าให้มันเป็นแบบที่เราพูดคงดีที่สุด
ทุกวันนี้เราพยายามอย่างสุดตัวที่จะตายไปจากรักเก่าๆ แต่รักเก่าๆมันก็สอนไว้หลายอย่างเลย
โดยเฉพาะเรื่องความรักกับเวลานี่คือประเด็นหลักเลย การที่รักกันมานานไม่ได้หมายความว่าเราจะรักกันไปอีกนานเท่านาน
Edited by jjayz - 24 ส.ค. 2012 at 16:04